ชาดกลำดับที่ ๔๕: เมื่อแม่เฒ่าไหว้วานให้นางโรหิณีลูกสาวผู้โง่เขลาช่วยปัดยุงที่เกาะกัดหน้าผาก นางกลับคว้าสากตำข้าวฟาดใส่ยุงจนกระโหลกศีรษะแม่แตกเสียชีวิตทันที พระโพธิสัตว์ได้เห็นเหตุดังนั้นจึงเปล่งคติธรรมเตือนใจว่า ศัตรูที่มีปัญญายังดีกว่ามิตรผู้โง่เขลา เพราะคนโง่แม้หวังดีก็มักนำความพินาศย่อยยับมาให้
เรื่องนำจากเชตวันมหาวิหาร
พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องนี้ขณะประทับ ณ เชตวันมหาวิหาร หลังจากที่ความโศกเศร้าได้เกิดขึ้นในครัวเรือนของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี นางทาสีผู้หนึ่งในเรือนนั้นชื่อโรหิณี มีความกตัญญูต่อมารดาผู้ชราแต่ขาดวิจารณญาณโดยสิ้นเชิง วันหนึ่งมารดามายังที่ที่โรหิณีกำลังตำข้าว และนอนลงพักผ่อนข้างๆนาง ฝูงยุงพากันรุมกัดหญิงชราจนเจ็บแสบราวกับถูกเข็มแทง ด้วยความเจ็บปวด นางร้องว่า 'โรหิณีลูกรัก ยุงพวกนี้กัดแม่—ช่วยไล่พวกมันไปที!' ด้วยความหวังดีเพียงอย่างเดียว โรหิณีจึงหยิบสากตำข้าวไม้หนักที่นางใช้อยู่ แล้วฟาดลงไปตรงจุดที่ยุงเกาะอยู่นั่นเอง ด้วยแรงกระตือรือร้นที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวนั้น ชีวิตของมารดาก็ดับลงในทันที ขณะที่ฝูงยุงกลับบินหนีไปได้อย่างปลอดภัย เมื่อเห็นสิ่งที่ตนทำลงไป โรหิณีจึงร่ำไห้อย่างขมขื่น ร้องว่า 'แม่จ๋า แม่จ๋า!' เมื่ออนาถบิณฑิกเศรษฐีทราบเรื่องโศกนาฏกรรมนี้ จึงจัดการฌาปนกิจให้แก่นางทาสีของตน แล้วไปเข้าเฝ้าพระศาสดา ณ วัดเพื่อกราบทูลเรื่องที่เกิดขึ้น พระพุทธองค์ตรัสว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความโศกเศร้าเช่นนี้เกิดขึ้นระหว่างมารดาและบุตรสาวคู่นี้ แล้วทรงนำเรื่องในอดีตชาติซึ่งเกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้ขึ้น พร้อมชื่อเดียวกันนี้ มาตรัสเล่า
การเกิดเป็นมหาเศรษฐีแห่งเมืองพาราณสี
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติ ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติในตระกูลมหาเศรษฐีผู้มีชื่อเสียง มีทรัพย์สมบัติมหาศาลและเปี่ยมด้วยปัญญา ในเรือนของท่านมีทาสีสาวคนหนึ่งชื่อโรหิณี นางเป็นคนกตัญญูต่อมารดา แต่ทว่าโง่เขลาเบาปัญญาและขาดสามัญสำนึกอย่างสิ้นเชิง
การกระทำอันเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายด้วยความกตัญญู
บ่ายวันหนึ่งในฤดูร้อน มารดาชราของนางนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ที่นอกชาน ฝูงยุงจำนวนมากพากันบินมารุมกัดกินเลือด ยายเฒ่าทนความเจ็บแสบไม่ไหวจึงร้องเรียกขึ้นว่า 'แม่โรหิณีลูกรัก ยุงพวกนี้มารุมกัดแม่จนทนไม่ไหวแล้ว เจ้าจงรีบมาช่วยปัดยุงออกไปที!'
นางโรหิณีวิ่งเข้ามาแล้วบอกว่า 'แม่จ๋าอย่ากลัวไปเลย ข้าจะตีพวกมันให้ตายให้หมด มันจะได้ไม่มากัดแม่อีกต่อไป!'
เมื่อมองหาอาวุธ สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นสากตำข้าวไม้อันหนักอึ้งวางอยู่ข้างครก นางจึงยกสากขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วยืนเล็งดู เมื่อเห็นยุงตัวใหญ่ตัวหนึ่งบินมาเกาะตรงหน้าผากระหว่างคิ้วของแม่ นางจึงร้องว่า 'ตายเสียเถอะเจ้ายุงร้าย!' แล้วฟาดสากตำข้าวลงไปสุดแรงเกิด
แรงฟาดอันมหาศาลทำให้กระโหลกศีรษะของหญิงชราแตกละเอียด ขาดใจตายคาที่ในทันที ส่วนเจ้ายุงร้ายกลับบินหนีไปได้อย่างปลอดภัย นางโรหิณีเห็นแม่นอนจมกองเลือดจึงตกใจตีก้นร้องไห้คร่ำครวญ
คำสอนของพระโพธิสัตว์
พระโพธิสัตว์ได้ยินเสียงร้องจึงรีบวิ่งมาดู เมื่อเห็นศพและสากเปื้อนเลือดก็ทรงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ท่านจึงจัดการปลงศพให้แก่นาง แล้วเปล่งคาถาเตือนสติว่า 'ศัตรูที่มีปัญญายังดีกว่ามิตรผู้โง่เขลา เพราะคนโง่เง่าแม้มีเจตนาจะช่วยเหลือ ก็มักนำความพินาศฉิบหายมาให้เพราะความโง่เขลาของตนเอง'
การเปิดเผยชาติที่เชื่อมโยงกันทั้งสอง
เมื่อเรื่องราวจบลง พระพุทธองค์ทรงเปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่างสองชาตินั้นว่า 'มารดาและบุตรสาวในปัจจุบันนี้ ก็คือมารดาและบุตรสาวในครั้งนั้นเช่นกัน ส่วนเราตถาคตเองก็คือมหาเศรษฐีในครั้งนั้น' ความผิดพลาดทางวิจารณญาณเพียงหนึ่งครั้งที่เกิดขึ้นซ้ำสองชาติ กลายเป็นคำสอนเรื่องความแตกต่างระหว่างความรักและวิจารณญาณ บทเรียนเดียวกันนี้สะท้อนอยู่ในมกสชาดกซึ่งเป็นเรื่องคู่กัน ในเรื่องนั้น การฟันขวานของบุตรผู้กตัญญู—ซึ่งมุ่งหมายจะฟันยุง—กลับคร่าชีวิตบิดาของตนไปในลักษณะเดียวกัน
บันทึกทางพระคัมภีร์
เรื่องนี้ได้รับการบันทึกไว้เป็นชาดกลำดับที่ ๔๕ แห่งพระไตรปิฎกบาลี ในหนังสือเล่มแรกของชุดชาดกที่แปลภายใต้การอำนวยการของ อี. บี. โควเวลล์ (E. B. Cowell) เป็นเรื่องคู่ขนานที่ตามมาทันทีหลังจากมกสชาดก ลำดับที่ ๔๔ ทั้งสองเรื่องนี้มักถูกอ่านร่วมกันตามธรรมเนียมในฐานะตัวอย่างคู่กันของสุภาษิตเดียวกัน คือ ปัญญาแม้ในศัตรูก็ยังมีค่ามากกว่าความภักดีที่ปราศจากปัญญา
รู้หรือไม่?
โรหิณีชาดก (ลำดับที่ ๔๕) เป็นที่มาของสุภาษิตโบราณอันโด่งดังไปทั่วโลกที่ว่า 'ศัตรูผู้มีปัญญายังดีกว่ามิตรผู้โง่เขลา'
สากตำข้าวไม้ขนาดใหญ่ที่ปรากฏในเรื่อง ภาษาบาลีเรียกว่า 'มุสละ' ซึ่งเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของเกษตรกรอินเดียโบราณ
ในตอนประชุมชาดก พระพุทธองค์ทรงระบุว่าทาสีโง่เขลานั้น คือหญิงรับใช้ซุ่มซ่ามในกรุงสาวัตถีผู้ทำลายข้าวของในเรือน
คติธรรมทางจิตวิทยาของชาดกเรื่องนี้ชี้ชัดว่า เจตนาดี (เจตนา) หากปราศจากปัญญาความรอบรู้ (ปัญญา) ย่อมกลายเป็นภัยอันตรายมหันต์
นิทานอีสปเรื่อง 'หมีกับคนทำสวน' และวรรณกรรมปัญจตันตระ ต่างได้รับอิทธิพลและเค้าโครงมาจากชาดกเรื่องนี้ในพระไตรปิฎก
เรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ปัญญา (ปัญญา)
เรียกดูตามหัวข้อ
Buddha
More from बौद्ध धर्म
คำสอนที่เชื่อมโยงกัน
คำสอนเดียวกัน สะท้อนก้องข้ามหลายประเพณี
