ณ ชายป่าแห่งหนึ่งนอกนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บำเพ็ญพรตเป็นดาบสผู้ทรงปัญญา บ่ายวันหนึ่ง ชายพเนจรผู้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางได้แวะพักผ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ เขาเห็นกองใบไม้แห้งและดอกจำปาที่ร่วงหล่นส่งกลิ่นหอมอบอวล จึงเอื้อมมือเปล่าเข้าไปกอบใบไม้หมายจะทำเป็นหมอนหนุนนอน
ทว่า ภายใต้กองดอกไม้หอมนั้น มีแมงป่องช้างตัวดำมะเมื่อมพิษร้ายซ่อนตัวอยู่ เมื่อถูกรบกวน มันจึงยกหางชูเหล็กในอันแหลมคมแทงเข้าไปที่นิ้วหัวแม่มือของชายผู้นั้นอย่างจัง พิษร้ายแล่นพล่านเข้าสู่กระแสเลือดทำให้ชายผู้นั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมานและเหงื่อกาฬไหลท่วมตัว
พระโพธิสัตว์เดินผ่านมาพบเข้า จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือ นำสมุนไพรมาพอกถอนพิษจนอาการทุเลาลง เมื่อความเจ็บปวดบรรเทา พระโพธิสัตว์จึงได้แสดงธรรมสั่งสอนฝูงชนที่มาชุมนุมว่า 'ท่านทั้งหลายจงดูบทเรียนในวันนี้เถิด สิ่งของบางอย่างภายนอกดูน่ารื่นรมย์และมีกลิ่นหอมชวนดม แต่เนื้อแท้ภายในกลับซ่อนพิษร้ายถึงตายไว้ฉันใด มิตรเทียมในโลกนี้ก็ฉันนั้น พึงระวังคนหน้าไหว้หลังหลอกที่ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ เบื้องหน้ายิ้มแย้มหวานหู แต่เบื้องหลังกลับซ่อนความอิจฉาริษยาและความทรยศหักหลังไว้ดั่งเหล็กในแมงป่อง ผู้มีปัญญาจึงต้องพิจารณาคนให้ถ่องแท้ อย่าหลงเชื่อเพียงเสน่ห์ภายนอก มิฉะนั้นจะต้องเจ็บปวดเพราะพิษที่ซ่อนอยู่'
รู้หรือไม่?
นี่คือนิทานสอนธรรมเกี่ยวกับการแยกแยะและมิตรเทียม มิใช่ชาดกที่มีลำดับเลขในพระไตรปิฎกบาลี (เรื่องแมงป่องและมิตรหลอกลวงแบบนี้ไม่พบที่ชาดกเลขที่ 244 หรือเลขอื่นใดในการลำดับเลขแบบมาตรฐานฟอสบุล/โคเวลล์) แต่สะท้อนถึงคำสอนแท้จริงของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับมิตรเทียม (มิตตปฏิรูปก์) ในสิงคาลกสูตร (ทีฆนิกาย สูตรที่ 31)
ใช้อุปมาทางธรรมชาติที่คมคายเรื่องแมงป่องพิษร้ายที่แอบซ่อนอยู่ใต้กลีบดอกจำปาอันหอมหวล
เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการใช้ปัญญาไตร่ตรองอย่างรอบคอบในการคบหาสมาคมกับผู้คน
แสดงให้เห็นถึงบทบาทของพระโพธิสัตว์ในฐานะผู้เยียวยาบาดแผลทางกายก่อนจะแสดงธรรมรักษาใจ
สอดคล้องกับพุทธสุภาษิตโบราณเรื่อง 'หม้อใส่ยาพิษที่มีน้ำผึ้งฉาบไว้ที่ปาก'
เรียกดูตามหัวข้อ
Buddha
More from बौद्ध धर्म
คำสอนที่เชื่อมโยงกัน
คำสอนเดียวกัน สะท้อนก้องข้ามหลายประเพณี
