Bharat Devotion
Embroidered artwork for ศรัทธาในคุรุและพระนามหริ: Embroidered Khanda emblem with a saffron Nishan Sahib flag and marigolds at sunrise

ศรัทธาในคุรุและพระนามหริ

ศรัทธาในคุรุและพระนามหริ

บทสวดนี้กล่าวถึงการน้อมจิตระลึกถึงคุรุและพระนามของพระเจ้าอย่างต่อเนื่องทุกลมหายใจ เพื่อข้ามพ้นวัฏสงสารและบรรลุความสมหวัง

Verses

caraṇa kamala gura ke anadiu dhiāvau sāsi sāsi arādhi hari hari gura kā aṃgu lāvau 1 rahāu
Charan Kamal Gur Ke Anadio Dhyavoon Saas Saas Aradh Har Har Gur Ka Ang Lavaoon

บทที่ 1

darasu pekhi jīvā gura caraṇī manu lāgā bhava sāgaru tari utariā hari hari nāmu japāgā 1
Daras Pekh Jeeva Gur Charni Man Laaga Bhav Sagar Tar Utria Har Har Naam Japaga

บทที่ 2

carana retu masataki lāgī dukhu bhramu bhau nāsā kahu nānaka prabha bhae daiālā pūrana bhaī āsā 22181
Charan Ret Mastak Laagi Dukh Bhram Bhau Naasa Kah Nanak Prabh Bhaye Dayala Puran Bhai Aasa

บทที่ 3

Worship Guidelines & Chanting Benefits (Phalashruti)

Auspicious Day

Daily or auspicious lunar days (Ekadashi, Purnima, Pradosham)

Best Time (Muhurta)

Brahma Muhurta (4:00 AM – 6:00 AM) or Evening Dusk (Sandhya)

Sacred Offerings

Ghee lamp (Deepa), Incense (Dhoopa), Fresh flowers & Water offering

Spiritual Benefits (Phalashruti)
  • Peace of mind, spiritual upliftment, and harmonious energy in the home

Background

บทสวดนี้มาจากคุรุครันถสาหิบ คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาซิกข์ แต่งโดยคุรุนานัก ปฐมคุรุแห่งศาสนาซิกข์ ใช้ในการสวดมนต์หรือขับร้องเป็นเพลงสวด (เกียรตัน) ในพิธีกรรมทางศาสนาซิกข์ เพื่อเตือนใจให้ศรัทธาในคุรุและพระนามของพระเจ้า (หริ) อย่างสม่ำเสมอ

รู้หรือไม่?

ที่มาและโครงสร้าง

บทนี้เป็นส่วนหนึ่งของคุรุครันถ์สาหิบ ซึ่งเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาซิกข์ หมายเลขท้ายบท (2-21-81) บ่งบอกว่าบทนี้เป็นบทที่ 2 ของราคุ (ทำนอง) ที่ 21 และเป็นบทที่ 81 ในลำดับของคุรุครันถ์สาหิบ

ความหมายของ 'รหาอุ'

คำว่า 'รหาอุ' (ਰਹਾਉ) ในวรรคแรกเป็นคำสำคัญ หมายถึง 'บทพัก' หรือ 'ใจความหลัก' ของบทเพลง เนื้อหาของรหาอุนี้เน้นย้ำให้ระลึกถึงพระนาม 'หริ หริ' (ฮารี ฮารี) ทุกลมหายใจ โดยเชื่อมโยงกับพระคุรุ

สัญลักษณ์ 'บัวบานแห่งพระคุรุ'

'จรณ กมล' (चरण कमल) หรือ 'บัวบานแห่งพระบาท' เป็นสัญลักษณ์ที่พบได้ทั่วไปในวรรณกรรมภักติ หมายถึงพระบาทอันบริสุทธิ์ของพระคุรุที่เปี่ยมด้วยพระคุณ การน้อมจิตระลึกถึงพระบาทนี้เปรียบเสมือนการข้าม 'ภวสาคร' (มหาสมุทรแห่งสังสารวัฏ) ดังที่กล่าวในวรรคที่ 1

การข้ามภวสาครด้วยนาม

วรรคที่ 1 กล่าวถึงการข้ามภวสาคร (มหาสมุทรแห่งการเกิดและตาย) โดยการสวดพระนาม 'หริ หริ' ซึ่งเป็นพระนามของพระผู้เป็นเจ้า แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการสำคัญของศาสนาซิกข์ที่ว่า 'นาม' (พระนาม) คือหนทางสู่การหลุดพ้น

ฝุ่นละอองแห่งพระบาทคุรุ

วรรคที่ 2 กล่าวถึง 'จรณ เรตุ' (चरण रेतु) หรือ 'ฝุ่นละอองแห่งพระบาท' ของพระคุรุ การสัมผัสฝุ่นนี้เชื่อว่าสามารถทำลาย 'ทุกข์ ภรม เภา' (ความทุกข์ ความหลงผิด และความกลัว) ซึ่งเป็นอุปสรรคทางจิตวิญญาณ

บทสรุปของคุรุนานัก

วรรคสุดท้ายลงท้ายด้วย 'กโห นานก' (कहु नानक) ซึ่งเป็นรูปแบบการลงนามของคุรุนานัก ผู้ก่อตั้งศาสนาซิกข์ ท่านประกาศว่าเมื่อพระผู้เป็นเจ้าเมตตา ความหวังทั้งปวงก็สมบูรณ์ นี่คือข้อสรุปที่ยืนยันถึงความสำคัญของพระกรุณาจากเบื้องบน

บทสวดและสรรเสริญแด่ Guru Nanak Dev Ji

Guru Nanak Dev Ji

ดูทั้งหมดของ Guru Nanak Dev Ji →

More from शीख धर्म

See all