บทสวดสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าในประเพณีภักติ
บทสวดนี้เป็นชุดของบทสวดมนต์จากประเพณีภักติของฮินดู ซึ่งรวบรวมจากคัมภีร์และนักบุญต่างๆ ใช้สำหรับสวดบูชาและทำสมาธิเพื่อแสดงความรักและศรัทธาต่อพระเป็นเจ้า
Verses
ข้าพเจ้าจะกราบลงแทบเท้า นมัสการพระบาทของพระองค์ ด้วยดวงตาจะมองดูรูปกายอันงดงามของพระองค์ ด้วยความรักจะโอบกอด ถวายบูชาด้วยความปีติ ด้วยจิตศรัทธาจะถวายประทีป นามาว่า นามา
บทที่ 1
พระองค์ทรงเป็นมารดา พระองค์ทรงเป็นบิดา พระองค์ทรงเป็นญาติ พระองค์ทรงเป็นมิตรสหาย พระองค์ทรงเป็นวิชชา พระองค์ทรงเป็นทรัพย์สมบัติ พระองค์ทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของข้าพเจ้า โอ้เทพเจ้าแห่งเทพทั้งหลาย
บทที่ 2
ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ หรือด้วยอวัยวะ ด้วยปัญญาและจิตวิญญาณ หรือด้วยธรรมชาติและอุปนิสัย สิ่งใดก็ตามที่ข้าพเจ้ากระทำทั้งหมด ข้าพเจ้าขอมอบถวายแด่พระนารายณ์ผู้สูงสุด
บทที่ 3
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระอัจยุต พระเกศวะ พระราม พระนารายณ์ พระกฤษณะ พระทาโมทร พระวาสุเทพ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระศรีธร พระมาธว พระผู้เป็นที่รักแห่งนางโคปี พระสวามีแห่งนางสีดา พระรามจันทร
บทที่ 4
พระราม พระราม พระราม พระราม พระราม พระราม พระกฤษณะ พระกฤษณะ พระกฤษณะ พระกฤษณะ พระกฤษณะ พระกฤษณะ
บทที่ 5
พระผู้ทรงมีรูปอันเป็นมงคล โมรายา พระคณปติบัปปา โมรายา
บทที่ 6
Worship Guidelines & Chanting Benefits (Phalashruti)
Daily or auspicious lunar days (Ekadashi, Purnima, Pradosham)
Brahma Muhurta (4:00 AM – 6:00 AM) or Evening Dusk (Sandhya)
Ghee lamp (Deepa), Incense (Dhoopa), Fresh flowers & Water offering
- Peace of mind, spiritual upliftment, and harmonious energy in the home
Background
บทสวดเหล่านี้มาจากประเพณีภักติ (ภักติ) ซึ่งเน้นการอุทิศตนด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้า โดยบทแรกมาจากนักบุญนามเทว (ศตวรรษที่ 13-14) ในภาษามราฐี บทที่สองมาจากศังกราจารย์ในบทสวด 'ภชะโควินทัม' บทที่สามและสี่มาจากคัมภีร์ปุราณะและไวษณวะ บทที่ห้าคือมหามนตร์ฮเรกฤษณะ และบทสุดท้ายเป็นบทสวดสรรเสริญพระคเณศในภาษามราฐี ใช้สวดในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเวลาเช้าหรือเย็น
รู้หรือไม่?
ที่มาและความหลากหลายทางภาษา
บทสวดชุดนี้รวบรวมจากหลายภาษาและยุคสมัย เริ่มต้นด้วยบทของสันต์นามเทพ (ศตวรรษที่ 13-14) ในภาษามราฐี ตามด้วยสันสกฤตจากคัมภีร์ภควัทคีตาและบทสวดไวษณพ และปิดท้ายด้วยบทสวดพระพิฆเนศในภาษามราฐี/คุชราต แสดงถึงความต่อเนื่องของประเพณีภักติที่โอบรับทั้งพระวิษณุและพระคเณศ
บท ‘ตวมเอว’ (त्वमेव) – บทสวดแห่งการมอบถวาย
บทที่สองเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะบทสวดที่แสดงถึงการยอมรับว่าพระเจ้าเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง มักใช้ในการสวดก่อนเริ่มกิจกรรมหรือหลังทำสมาธิ แม้จะไม่ปรากฏในคัมภีร์หลักโดยตรง แต่เป็นที่นิยมในหมู่สาวกของพระรามานุจารย์และในประเพณีศรีไวษณพ
บทสวด ‘อจยุตัง เกศวัง’ – นาม 12 องค์ของพระวิษณุ
บทที่สามเป็นการรำลึกถึงพระวิษณุใน 12 นามสำคัญ เช่น อจยุตะ (ผู้ไม่ตก), เกศวะ (ผู้มีผมงาม), ราม, นารายณ์, กฤษณะ, วาสุเทพ ฯลฯ แต่ละนามสื่อถึงคุณลักษณะหรือปางหนึ่งของพระองค์ การสวดเช่นนี้เชื่อว่าชำระจิตใจและนำมาซึ่งความคุ้มครอง
มหามนตร์ ‘ฮเร กฤษณะ’ – บทสวดเพื่อความหลุดพ้น
บทที่สี่คือมหามนตร์ที่โด่งดังในขบวนการฮเร กฤษณะ (ISKCON) แต่มีรากฐานในคัมภีร์กาลีสันตารณะอุปนิษัท การสวดซ้ำชื่อ ‘ราม’ และ ‘กฤษณะ’ เชื่อว่าช่วยปลดปล่อยจิตจากวัฏสงสาร และเป็นหัวใจของประเพณีภักติในยุคไศวะและไวษณพ
‘มังคลมูรติ โมรายา’ – บทสวดพระพิฆเนศในสำเนียงมหาราษฏระ
บทสุดท้ายเป็นบทสวดสรรเสริญพระพิฆเนศในรูปแบบที่นิยมในรัฐมหาราษฏระ โดยเฉพาะในเทศกาลคณปติ คำว่า ‘โมรายา’ หมายถึง ‘พระผู้เป็นเจ้าโมรยา’ ซึ่งเป็นชื่อเรียกพระพิฆเนศในท้องถิ่น บทสวดนี้มักใช้เปิดพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล
Ganesh
More from हिंदू धर्म
See allคำสอนที่เชื่อมโยงกัน
คำสอนเดียวกัน สะท้อนก้องข้ามหลายประเพณี
